ตั้งค่านำทางรถเช่าในญี่ปุ่น|Mapcode ค้นด้วยเบอร์โทร และกับดักสามข้อของ Google Maps
GoodCars ทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ท้องถิ่นทั่วญี่ปุ่น และภาพที่เจอบ่อยที่สุดที่เคาน์เตอร์รับรถคือ ลูกค้าขึ้นรถ พิมพ์ที่อยู่ลงเครื่องนำทางติดรถ กดค้นหา แล้วขึ้นว่าไม่พบ หรือถูกพาไปจอดข้างทุ่งนาที่ห่างจากจุดหมายสองกิโลเมตร คนไทยคุ้นกับการพิมพ์ชื่อร้านลง Google Maps แล้วเจอทันที ความเคยชินนี้ใช้กับเครื่องนำทางติดรถของญี่ปุ่นไม่ได้ เพราะมันทำงานคนละตรรกะ และส่วนใหญ่จะรู้ตัวก็ตอนออกรถไปแล้ว
บทความนี้ไม่พูดซ้ำเรื่องเอกสารและขั้นตอนรับรถ ซึ่งอยู่ในคู่มือเช่ารถในญี่ปุ่นฉบับสมบูรณ์แล้ว แต่เจาะเรื่องเดียวคือ "จะใส่จุดหมายอย่างไรให้ถูก" ได้แก่ วิธีป้อนสามแบบและจุดที่แต่ละแบบใช้ไม่ได้ วิธีหาและกรอก Mapcode เหตุผลที่แผนที่ในรถเช่าเก่ากว่าที่คิด การตั้งค่าที่ต้องทำก่อนออกเดินทางหากใช้มือถือนำทาง และบทลงโทษของญี่ปุ่นเรื่องการจับมือถือขณะขับ
- ค้นด้วยเบอร์โทรเร็วที่สุด แต่จุดชมวิว ชายหาด สวนสาธารณะ และลานจอดรถหลายแห่งไม่มีเบอร์บ้านจดทะเบียนไว้ ค้นแล้วไม่เจอ
- Mapcode เป็นตัวเลขล้วน จึงไม่ติดเรื่องภาษา — 6 ถึง 10 หลักได้ความละเอียดราว 30 เมตร ถ้าเติม「*」กับอีก 1–2 หลักจะเหลือราว 3 เมตร
- เครื่องบางรุ่นใส่ตัวเลขหลัง「*」ไม่ได้ ให้ใส่เฉพาะส่วนหน้าก็ไปถึงได้
- ข้อมูลแผนที่ในรถเช่าอาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด — ถนนที่เพิ่งเปิดหรือทางขึ้นลงแบบ ETC เท่านั้นอาจยังไม่อยู่ในแผนที่
- ใน Google Maps ปุ่ม「เลี่ยงทางด่วนที่มีค่าผ่านทาง」กับ「เลี่ยงทางหลวงพิเศษ」เป็นคนละสวิตช์
- ถือมือถือขณะขับ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลปรับ 18,000 เยน และตัด 3 แต้ม หากทำให้เกิดอันตรายคือ 6 แต้ม ซึ่งถึงขั้นพักใช้ใบขับขี่ทันที
สามวิธีป้อนจุดหมาย และจุดที่แต่ละวิธีพัง
รถเช่าในญี่ปุ่นเกือบทุกคันมีวิธีค้นหาจุดหมายสามแบบ GoodCars สรุปเงื่อนไขที่แต่ละแบบใช้ไม่ได้ไว้ในตารางเดียว
| วิธีป้อน | ใช้อย่างไร | ใช้ไม่ได้เมื่อไร |
|---|---|---|
| เบอร์โทรศัพท์ | กรอกเบอร์บ้านของร้านหรือสถานที่ พร้อมรหัสพื้นที่ | แหล่งท่องเที่ยว จุดชมวิว ชายหาด สวนสาธารณะ และลานจอดบางแห่งไม่ได้จดทะเบียนไว้ ส่วนเบอร์มือถือมักค้นไม่เจอ |
| Mapcode | กรอก 6–10 หลัก ถ้าต้องการความละเอียดให้เติม「*」กับอีก 1–2 หลัก | มีเครื่องที่ไม่รองรับ และหลายรุ่นไม่รับตัวเลขหลัง「*」 |
| ที่อยู่ | ไล่เลือกจังหวัด เมือง เขต และเลขบล็อกทีละชั้น | ที่อยู่ญี่ปุ่นเป็นระบบเลขบล็อก ไม่ใช่ชื่อถนนกับบ้านเลขที่ เลขเดียวกันจึงครอบคลุมพื้นที่กว้าง แถมเมนูมักเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วน |
GoodCars สรุปให้นักเดินทางไทยแบบตรงไปตรงมา: วิธีที่ควรพึ่งน้อยที่สุดคือการกรอกที่อยู่ เพราะช้าที่สุด คลาดเคลื่อนง่ายที่สุด และต้องอ่านภาษาญี่ปุ่นมากที่สุด
หา Mapcode อย่างไร และกรอกอย่างไร
Mapcode คือการแปลงตำแหน่งบนแผนที่ให้เป็นชุดตัวเลข และทุกจุดในญี่ปุ่นมีรหัสของตัวเอง รวมถึงที่ที่ไม่มีที่อยู่และไม่มีเบอร์โทร รหัสมาตรฐานมี 6–10 หลัก ความละเอียดราว 30 เมตร หากเติม「*」ตามด้วยอีก 1–2 หลัก จะแคบลงเหลือราว 3 เมตร
หาให้ครบก่อนบิน
เว็บแผนที่และแอปที่รองรับจะแสดง Mapcode ของจุดที่ปักหมุดไว้ GoodCars แนะนำให้รวบรวม Mapcode ของทริปทั้งหมดไว้ในโน้ตบนมือถือตั้งแต่ยังอยู่ไทย เหตุผลง่ายมาก การหารหัสตอนอยู่ญี่ปุ่นต้องมีเน็ตและต้องมีมือว่าง ซึ่งริมถนนไม่เอื้อทั้งสองอย่าง
ถ้าใส่ตัวเลขหลัง「*」ไม่ได้ ไม่ใช่ความผิดของคุณ
นี่คือจุดที่คนติดมากที่สุดหน้างาน เครื่องที่ไม่รองรับรหัสความละเอียดสูงจะไม่มีปุ่ม「*」เลย ไม่ต้องไปหาใหม่ กรอกเฉพาะรหัสมาตรฐานที่อยู่หน้า「*」 ก็ยังพาไปถึงในรัศมีราว 30 เมตร ซึ่งมองเห็นจุดหมายแล้ว
ปักที่ "ทางเข้าลานจอด" ดีกว่าปักกลางสถานที่
ความละเอียดจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อปักถูกจุด ถ้าตั้งจุดหมายไว้กลางสถานที่ขนาดใหญ่ ระบบอาจพาไปจบที่ถนนข้างที่ไม่มีทางเข้า พบบ่อยกับสวนสาธารณะขนาดใหญ่ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และสถานที่บนภูเขา วิธีที่ชัวร์กว่าคือหา Mapcode ของทางเข้าลานจอดรถ โอกินาวาเป็นที่ที่เรื่องนี้สำคัญที่สุด เพราะทางเข้ามักอยู่คนละด้านกับประตูหลัก รายละเอียดพื้นที่ดูได้ที่คู่มือเช่ารถโอกินาวาของ GoodCars
แผนที่ในรถเช่าเก่ากว่าที่คุณคิด
เรื่องนี้แทบไม่มีใครเตือนล่วงหน้า ข้อมูลแผนที่ในรถเช่าไม่ได้ถูกอัปเดตใกล้วันเดินทางของคุณเสมอไป ทางด่วนที่ต่อขยาย ทางขึ้นลงที่เปิดใหม่ หรือถนนที่เปลี่ยนแนว จะไม่มีอยู่ในแผนที่รุ่นเก่า ในทางปฏิบัติจะออกมาสามแบบ
- ถนนที่เปิดใช้แล้วถูกมองว่าไม่มีอยู่ ระบบจึงพาลงจากทางด่วนไปอ้อมทางธรรมดา
- ทางขึ้นลงแบบ ETC เท่านั้น อาจไม่ถูกระบุไว้ ระบบจึงนำทางเข้าไปตรง ๆ
- สถานที่และลานจอดที่เพิ่งเปิดค้นไม่เจอ เหลือทางเดียวคือ Mapcode หรือป้ายหน้างาน
หลักที่ GoodCars ใช้คือ ความใหม่ของแผนที่ให้เชื่อมือถือ ความทนทานตอนไม่มีสัญญาณให้เชื่อเครื่องในรถ และเมื่อสองอันขัดกันให้จอดก่อนตัดสินใจ อีกนิสัยที่ช่วยได้มากคือวางแผนเส้นทางหลักของวันนั้นในมือถือก่อนออกรถ พอเครื่องในรถพาอ้อมผิดปกติ คุณจะรู้ตัวทันที
ใช้มือถือนำทางแทนได้ไหม ได้ แต่ต้องตั้งค่าสามอย่างก่อน
คนไทยส่วนใหญ่ใช้ Google Maps เป็นหลักอยู่แล้ว และในญี่ปุ่นก็ทำแบบนั้นได้ ใช้มือถือเป็นตัวหลัก เครื่องในรถเป็นตัวสำรอง แต่มีสามอย่างที่ต้องจัดการก่อนออกเดินทาง เพราะไปรู้ตอนขับแล้วจะสายเกินไป
1.「เลี่ยงค่าผ่านทาง」กับ「เลี่ยงทางหลวงพิเศษ」เป็นคนละสวิตช์
ข้อนี้คนสับสนมากที่สุด ในตัวเลือกเส้นทางของ Google Maps 「เลี่ยงค่าผ่านทาง」คือเลี่ยงถนนที่มีการเก็บเงินทุกประเภท ส่วน「เลี่ยงทางหลวงพิเศษ」จะเลี่ยงช่วงที่ไม่เก็บเงินไปด้วย เปิดแค่อันเดียวมักได้เส้นทางที่ไม่ตรงกับที่ตั้งใจ ค่าที่ตั้งไว้จะติดไปกับการค้นหาครั้งถัดไป ด้วย อย่าลืมย้อนกลับ
2. ค่าผ่านทางที่ขึ้นบนจอเป็นเพียงค่าประมาณ
Google Maps แสดงค่าผ่านทางโดยประมาณในญี่ปุ่นได้ แต่ Google เองระบุว่าเป็นค่าประมาณ และช่วงที่ค่าผ่านทางเปลี่ยนตามช่องทางหรือช่วงเวลาอาจไม่แสดงราคาเลย หากต้องการตัวเลขจริงให้ใช้เครื่องคำนวณของบริษัทผู้ดูแลทางด่วน ส่วนเรื่องบัตร ETC ทำให้ยอดต่างกันแค่ไหน อ่านได้ในหัวข้อทางด่วนของคู่มือเช่ารถในญี่ปุ่นฉบับสมบูรณ์
3. ดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ไว้ก่อน
ญี่ปุ่นดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ได้ ซึ่งคุ้มมากกับทริปภูเขาและเกาะ มีข้อจำกัดสองข้อ ตอนออฟไลน์ใช้ได้เฉพาะเส้นทางรถยนต์ ส่วนเส้นทางเดินและขนส่งสาธารณะใช้ไม่ได้ และพื้นที่ที่โหลดไว้มีวันหมดอายุ ต้องต่อเน็ตเพื่ออัปเดต อีกเรื่องที่คนไทยต้องเตรียมคือสัญญาณ ทั้งหมดนี้ไม่ทำงานถ้าไม่มีเน็ต จึงควรจัดซิมนักท่องเที่ยว eSIM หรือ pocket wifi ให้เรียบร้อยก่อนถึงญี่ปุ่น
เส้นแบ่งทางกฎหมาย: ดูจอได้ แต่ห้ามถือมือถือ
ส่วนนี้คือส่วนเดียวในบทความที่พลาดแล้วมีผลจริง ญี่ปุ่นเอาจริงกับการใช้มือถือขณะขับ
| ความผิด | ค่าปรับ (รถยนต์นั่งส่วนบุคคล) | แต้มที่ถูกตัด |
|---|---|---|
| ถือมือถือคุยหรือจ้องหน้าจอขณะรถเคลื่อนที่ | 18,000 เยน | 3 แต้ม |
| ทำแล้วก่อให้เกิดอันตราย | ไม่ใช้ระบบค่าปรับ เข้าสู่กระบวนการอาญา | 6 แต้ม — ถึงขั้นพักใช้ใบขับขี่ทันที |
GoodCars ขอให้ยึดสามข้อนี้ไว้: ยึดมือถือกับที่จับเสมอ พิมพ์และเปลี่ยนจุดหมายเฉพาะตอนจอด และฟังเสียงแทนการจ้องจอ ถ้ามีเพื่อนร่วมทาง ยกหน้าที่นำทางให้คนนั่งข้างเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด อีกเรื่องที่ช่วยได้โดยไม่ต้องมองจอ ป้ายบอกทางของญี่ปุ่นพื้นเขียวคือทางด่วน พื้นน้ำเงินคือถนนทั่วไป
ภาษาของเครื่องนำทาง: ไม่มีภาษาไทย และต้องระบุตั้งแต่จอง
ข้อนี้ตรงไปตรงมา เครื่องนำทางหลายภาษาในญี่ปุ่นมักรองรับอังกฤษ จีน และเกาหลี ไม่มีภาษาไทย ทั้งยังเป็นอุปกรณ์เสริมที่ต้องระบุล่วงหน้าและมีจำนวนจำกัด ขอหน้าเคาน์เตอร์มักไม่ทัน
- ถ้าต้องการหน้าจอภาษาอังกฤษ ให้ระบุตอนจอง ไม่ใช่ตอนไปรับรถ
- ไม่ได้ก็ไม่ตัน — Mapcode และเบอร์โทรเป็นตัวเลข หน้าจอภาษาญี่ปุ่นก็กรอกได้
- ให้มือถือรับหน้าที่หลัก — ตั้ง Google Maps เป็นภาษาไทย แล้วใช้เครื่องในรถเป็นตัวสำรองและดูสภาพจราจร
GoodCars ทำงานกับซัพพลายเออร์ท้องถิ่นโดยตรง จึงตรวจสอบอุปกรณ์เสริมและสเปกรถของแต่ละจุดรับรถให้ได้ตั้งแต่ตอนจอง
จุดรับรถหกแห่ง: แต่ละภูมิภาคเจอปัญหาต่างกัน
| จุดรับรถ | ภูมิภาค | สิ่งที่ต้องระวังเรื่องนำทาง |
|---|---|---|
| สนามบินนิวชิโตเซะ | ฮอกไกโด | ระยะทางไกลและสัญญาณบนภูเขาไม่แน่นอน — เตรียมทั้งแผนที่ออฟไลน์และ Mapcode |
| สนามบินฟุกุโอกะ | คิวชู | ทางด่วนในเมืองสลับกับถนนทั่วไป — แยกสองสวิตช์เลี่ยงให้ถูก |
| สนามบินนาริตะ | โตเกียวและคันโต | สี่แยกถี่มาก — ฟังเสียงอย่ามองจอ พลาดทางออกก็ปล่อยให้ระบบคำนวณใหม่ |
| สนามบินฮาเนดะ | โตเกียวและคันโต | ทางยกระดับซ้อนกับถนนพื้นราบ — ถ้าสองเครื่องขัดกันให้ยึดป้ายหน้างาน |
| สนามบินคันไซ | โอซากาและคันไซ | ทางเข้าลานจอดในเมืองหายาก — ค้น Mapcode ของลานจอดโดยตรง |
| สนามบินนาฮะ | โอกินาวา | แหล่งเที่ยวส่วนใหญ่ไม่มีเบอร์โทรให้ค้น — Mapcode คือมาตรฐานของพื้นที่ |
บรรทัดโอกินาวาไม่ได้พูดเกินจริง ข้อมูลท่องเที่ยวท้องถิ่นมักระบุ Mapcode มาให้เลย เพราะชายหาด จุดชมวิว และศาลเจ้าท้องถิ่นไม่มีทั้งเบอร์โทรและบ้านเลขที่ รายละเอียดเส้นทางของคิวชูและคันไซดูได้ที่คู่มือเช่ารถคิวชูและคู่มือเช่ารถคันไซของ GoodCars ส่วนการขับระยะไกลและฤดูหนาวอยู่ในคู่มือเช่ารถฮอกไกโด
คำถามที่พบบ่อย
Q1. จำเป็นต้องหา Mapcode ล่วงหน้าไหม กรอกที่อยู่ไม่ได้หรือ
ร้านอาหารและโรงแรมในเมืองกรอกที่อยู่มักได้ แต่แหล่งท่องเที่ยว ชายหาด จุดชมวิว และสถานที่บนภูเขามักไม่เจอ หรือพาไปผิดด้าน GoodCars แนะนำให้เตรียม Mapcode เฉพาะจุดที่พลาดไม่ได้ ที่เหลือค่อยว่ากันหน้างาน
Q2. Mapcode ต้องกรอกกี่หลัก
รหัสมาตรฐาน 6–10 หลัก ให้ความละเอียดราว 30 เมตร ซึ่งพอสำหรับการขับไปหา ส่วน「*」กับ 1–2 หลักหลังคือความละเอียดสูง ถ้าเครื่องไม่มีปุ่ม「*」ให้กรอกเฉพาะส่วนหน้า
Q3. ทำไมค้นด้วยเบอร์โทรแล้วมักไม่เจอ
เพราะเครื่องเทียบกับเบอร์บ้านที่บันทึกไว้ในฐานข้อมูลแผนที่ สถานที่ที่ไม่มีเบอร์บ้าน หรือร้านที่ให้แต่เบอร์มือถือ จะค้นไม่เจอ ที่เพิ่งเปิดใหม่ก็อาจยังไม่ถูกบันทึก กรณีแบบนี้ Mapcode เร็วที่สุด
Q4. ใช้มือถืออย่างเดียว ปิดเครื่องในรถไปเลยได้ไหม
ใช้มือถือเป็นหลักได้ แต่อย่าปิดเครื่องในรถ ข้อมูลใหม่กว่าอยู่ที่มือถือ ส่วนเครื่องในรถยังทำงานตอนไม่มีสัญญาณ ถ้าสองเครื่องนำทางไม่ตรงกัน ให้จอดแล้วเทียบ อย่าเทียบขณะขับ
Q5. แผนที่ออฟไลน์ใช้ในญี่ปุ่นได้ไหม
ได้ แต่มีสองข้อจำกัด ออฟไลน์ใช้ได้เฉพาะเส้นทางรถยนต์ เส้นทางเดินและขนส่งสาธารณะใช้ไม่ได้ และพื้นที่ที่โหลดไว้มีวันหมดอายุ ต้องต่อเน็ตเพื่ออัปเดต ควรโหลดพื้นที่ของวันรุ่งขึ้นตอนอยู่ในโรงแรม
Q6. ระบบพาเข้าช่อง ETC เท่านั้น ต้องทำอย่างไร
ห้ามถอยหลังและห้ามกลับรถในเขตด่าน ให้จอดตามป้ายแล้วกดอินเตอร์คอม เจ้าหน้าที่จะบอกวิธีจัดการ กรณีนี้มักเกิดจากแผนที่เก่ากว่าสภาพถนนจริง ไม่ใช่ความผิดของผู้ขับ
Q7. อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก ใช้เครื่องภาษาญี่ปุ่นได้ไหม
ได้ Mapcode และเบอร์โทรเป็นตัวเลขล้วน แป้นตัวเลขไม่ต้องใช้ทักษะภาษา หากต้องการหน้าจอภาษาอังกฤษ ให้แจ้ง GoodCars ตั้งแต่ตอนจอง เพราะเครื่องหลายภาษามีจำนวนจำกัดและไม่มีภาษาไทย
สรุปเป็นประโยคเดียว: ในญี่ปุ่น การใส่จุดหมายผิดกินเวลามากกว่าการขับผิดทาง เตรียม Mapcode ของจุดที่พลาดไม่ได้ แยกสองสวิตช์เลี่ยงให้ออก โหลดแผนที่ออฟไลน์ และยึดมือถือไว้บนที่จับ ทำสี่อย่างนี้แล้วที่เหลือคือการขับรถเที่ยวล้วน ๆ GoodCars ทำงานกับซัพพลายเออร์ท้องถิ่นทั่วญี่ปุ่นและยืนยันอุปกรณ์นำทางให้ได้ตั้งแต่ตอนจอง ส่วนเอกสาร ค่าใช้จ่าย และขั้นตอนรับรถอยู่ในคู่มือเช่ารถในญี่ปุ่นฉบับสมบูรณ์
