เช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น: คู่มือฉบับสมบูรณ์ เรื่องใบขับขี่ ค่าใช้จ่าย ประกัน และกฎจราจร
ญี่ปุ่นมีระบบรถไฟที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่รถไฟก็ยังพาคุณไปไม่ได้ทุกที่ หมอกยามเช้าที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะ ถนนเส้นตรงสุดลูกหูลูกตาในฮอกไกโด สะพานข้ามทะเลสีเทอร์ควอยซ์ที่โอกินาวา หรือหุบเขาออนเซ็นในคิวชู สถานที่เหล่านี้ไม่ก็ไปด้วยขนส่งสาธารณะไม่ได้เลย ไม่ก็มีรถบัสวันละสองสามเที่ยว การเช่ารถจึงเปลี่ยนแผนเที่ยวของคุณจาก "ไปได้เท่าที่ตารางเดินรถอนุญาต" ให้กลายเป็น "ไปไหนก็ได้ตามใจ"
แต่การเช่ารถที่ญี่ปุ่นไม่เหมือนการเช่ารถในไทย เอกสารเข้มงวดกว่าที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คิด ศัพท์เรื่องประกันก็ไม่คุ้นหู และต้องเติมน้ำมันเต็มถังก่อนคืนรถ สาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวถูกปฏิเสธที่เคาน์เตอร์ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่คือ "เอกสารผิดชนิด" คู่มือฉบับนี้จาก GoodCars จะพาคุณไล่ตั้งแต่เอกสาร การจอง ค่าใช้จ่าย ประกัน กฎจราจร ไปจนถึงขั้นตอนคืนรถ เพื่อให้คุณกดจองได้อย่างมั่นใจ
- คนไทยต้องใช้เอกสารใบขับขี่อะไรบ้าง และทำไม แต่ละสัญชาติใช้ไม่เหมือนกัน
- ทำไมใบขับขี่สากลของบางประเทศใช้ในญี่ปุ่นไม่ได้เลย
- โครงสร้างค่าใช้จ่ายจริง: ค่าเช่า ประกัน CDW ค่า NOC ค่าทางด่วน น้ำมัน ที่จอดรถ
- กฎ 8 ข้อที่มือใหม่มักพลาด แม้ไทยกับญี่ปุ่นจะขับพวงมาลัยขวาชิดซ้ายเหมือนกัน
- GoodCars มีจุดรับรถที่สนามบินใหญ่ 6 แห่งในญี่ปุ่น จองออนไลน์ได้ก่อนบิน
ขั้นแรก: เตรียมเอกสารใบขับขี่ให้ถูกต้อง
หัวข้อนี้ขอให้อ่านสองรอบ เคาน์เตอร์เช่ารถในญี่ปุ่นตรวจเอกสารอย่างเคร่งครัด และ ถ้าเอกสารไม่ครบก็คือไม่ได้รถ ส่วนเงินมัดจำจะได้คืนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่คุณจองไว้ เอกสารที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับว่าใบขับขี่ของคุณออกโดยประเทศไหนล้วน ๆ
ผู้ถือใบขับขี่ไทย: ต้องมีครบ 3 อย่าง
ข่าวดีคือ ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาเจนีวาว่าด้วยการจราจรทางถนน ค.ศ. 1949 คนไทยจึงขับรถในญี่ปุ่นได้อย่างถูกกฎหมาย โดยต้องยื่นเอกสารครบ 3 อย่างที่เคาน์เตอร์:
- หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) เพราะระยะเวลาที่ขับได้นับจากวันที่คุณเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น
- ใบขับขี่ไทยตัวจริง ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น สำเนาหรือภาพถ่ายในมือถือใช้ไม่ได้
- ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ (IDP) ที่ออกตามอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 ซึ่งในไทยออกโดย กรมการขนส่งทางบก (DLT) ต้องออกมาแล้วไม่เกิน 1 ปีและยังไม่หมดอายุ
ขอย้ำว่า ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ โดยเฉพาะข้อที่คนพลาดบ่อยที่สุด คือคิดว่ามี IDP อย่างเดียวก็พอ ความจริงคือ IDP เป็นแค่เอกสารแปลประกอบ ใช้เดี่ยว ๆ ไม่ได้ ต้องแนบใบขับขี่ไทยตัวจริงไปด้วยเสมอ นักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง มาเก๊า อินเดีย ฟิลิปปินส์ และอีกราวร้อยเขตอำนาจ ก็อยู่ในกลุ่มเดียวกับไทย
ระยะเวลาที่ขับได้
ผู้ถือ IDP ขับรถในญี่ปุ่นได้ ไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่เข้าประเทศ และต้องไม่เกินวันหมดอายุของใบขับขี่ไทยหรือของ IDP แล้วแต่อย่างใดจะถึงก่อน สำหรับทริปเที่ยวปกติไม่กี่วัน เงื่อนไขนี้แทบไม่มีผลอะไร แต่ถ้าคุณวางแผนอยู่ยาว ควรเช็กวันหมดอายุให้ดี
ประเทศที่ใช้คำแปลภาษาญี่ปุ่นแทน IDP
มีอีกกลุ่มเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ออก IDP ตามอนุสัญญา ค.ศ. 1949 แต่มีข้อตกลงพิเศษกับญี่ปุ่น ผู้ถือใบขับขี่ของ สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส เบลเยียม โมนาโก เอสโตเนีย และไต้หวัน ใช้ ใบขับขี่ตัวจริงพร้อมคำแปลภาษาญี่ปุ่นฉบับทางการ แทน โดยขับได้ไม่เกิน 1 ปีนับจากวันเข้าประเทศเช่นกัน คำแปลต้องมาจากหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต เช่น สหพันธ์ยานยนต์ญี่ปุ่น (JAF) หรือสถานทูต/สถานกงสุลที่เกี่ยวข้อง คำแปลที่แปลเองหรือจ้างร้านแปลทั่วไปใช้ไม่ได้
ใบขับขี่ที่ใช้ในญี่ปุ่นไม่ได้เลย
ส่วนนี้คือส่วนที่ทำทริปพังได้จริง ใบขับขี่จากประเทศที่ไม่ได้อยู่ในทั้งสองกลุ่มข้างต้น ใช้ขับรถในญี่ปุ่นไม่ได้ในทุกกรณี และการไปทำ IDP ที่ประเทศตัวเองก็ไม่ช่วยอะไร กลุ่มนี้รวมถึง จีนแผ่นดินใหญ่ (ฮ่องกงและมาเก๊าแยกต่างหาก ใช้ได้) และ อินโดนีเซีย เป็นต้น ถ้าในกลุ่มเพื่อนร่วมทริปของคุณมีคนถือใบขับขี่กลุ่มนี้ ให้วางแผนไว้ก่อนจอง เพราะทางเดียวที่จะขับได้อย่างถูกกฎหมายคือการเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ญี่ปุ่น ซึ่งเปิดให้เฉพาะผู้พำนักในญี่ปุ่น ไม่ใช่นักท่องเที่ยว
- IDP ของฉันระบุ อนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 ไหม → ถ้าใช่ ผ่าน
- พก ใบขับขี่ไทยตัวจริง ไปด้วยหรือยัง → IDP อย่างเดียวใช้ไม่ได้
- IDP ออกมาแล้วไม่เกิน 1 ปีและยังไม่หมดอายุใช่ไหม
- คนที่จะผลัดกันขับ ระบุชื่อเป็นผู้ขับในสัญญาครบทุกคนหรือยัง คนที่ไม่มีชื่อในสัญญาห้ามขับ
- บัตรเครดิตสำหรับวางมัดจำเป็น ชื่อผู้ขับหลัก ใช่ไหม
ขั้นตอนการเช่ารถในญี่ปุ่นเป็นอย่างไร
ขั้นตอนทั้งหมดมี 5 ขั้น และสามขั้นแรกทำจบได้ตั้งแต่ยังอยู่เมืองไทย GoodCars ให้จองรถญี่ปุ่นทางออนไลน์ คุณเลือกจุดรับรถ รุ่นรถ และอุปกรณ์เสริมไว้ล่วงหน้า แล้วแค่ไปแสดงตัวที่เคาน์เตอร์ตอนเครื่องลง
- 1. เลือกจุดรับรถและเวลา เผื่อเวลาคืนรถให้เยอะ ๆ เพราะขั้นตอนที่เคาน์เตอร์บวกการตรวจสภาพรถมักใช้เวลา 20–30 นาที และยังต้องบวกเวลารถรับส่งไปอาคารผู้โดยสารอีก
- 2. เลือกรถ เดินทางสองคนสัมภาระน้อย รถเล็กคอมแพกต์จอดง่ายที่สุด สามถึงสี่คนพร้อมกระเป๋าควรใช้รถซีดานขนาดกลาง ส่วนครอบครัวหรือกลุ่มใหญ่ค่อยขยับไป SUV หรือมินิแวน ทั้งนี้ช่องจอดรถในญี่ปุ่นแคบกว่าที่คนไทยคุ้นเคย รถใหญ่จึงไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอไป
- 3. เพิ่มอุปกรณ์เสริม ประกันลดค่าเสียหายส่วนแรก (CDW) ประกันค่า NOC บัตร ETC คาร์ซีทเด็ก และยางสำหรับหน้าหนาวถ้าจำเป็น เพิ่มตอนจองถูกกว่าและปลอดภัยกว่าการไปลุ้นของหน้างาน
- 4. รวบรวมเอกสาร ใบยืนยันการจอง (เซฟออฟไลน์และปรินต์ไว้) พาสปอร์ต ใบขับขี่ไทยตัวจริง IDP หรือคำแปลฉบับทางการ และบัตรเครดิต ในชื่อผู้ขับหลัก สำหรับวางมัดจำ
- 5. เช็กอินและตรวจสภาพรถ หลังเซ็นสัญญาและฟังบรีฟเรื่องประกัน ให้เดินรอบรถพร้อมพนักงาน ถ่ายรูปรอยขีดข่วน รอยบุบ และขอบล้อที่ครูดทุกจุด ก่อนขับออกไป ชุดภาพนี้คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดของคุณตอนคืนรถ
GoodCars ทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์รถเช่าในญี่ปุ่นที่มีมาตรฐาน ครอบคลุมสนามบินใหญ่ 6 แห่ง ได้แก่ นาริตะ ฮาเนดะ ชินชิโตเสะ คันไซ ฟุกุโอกะ และนาฮะ เปรียบเทียบรถ เลือกประกันและบัตร ETC แล้วยืนยันออนไลน์ได้ตั้งแต่ก่อนบิน
ดูรถเช่าในญี่ปุ่นค่าใช้จ่ายจริงมีอะไรบ้าง
หลายคนตกใจกับยอดบิลใบสุดท้าย เพราะราคาที่จ่ายจริงเกิดจากหลายชั้นซ้อนกัน ไม่ใช่ค่าเช่ารายวันตัวเดียว ตั้งงบตามตารางนี้แล้วจะไม่มีเซอร์ไพรส์
| รายการ | คืออะไร | ตั้งงบอย่างไร |
|---|---|---|
| ค่าเช่ารถพื้นฐาน | ตามรุ่นรถและจำนวนวัน ราคาพุ่งแรงช่วงซากุระบาน โกลเด้นวีก ปิดเทอมฤดูร้อน และปีใหม่ | จองเร็วคือตัวแปรที่ลดค่าใช้จ่ายได้มากที่สุด |
| ประกันลดค่าเสียหายส่วนแรก (CDW) | ลดค่าเสียหายส่วนแรกที่คุณต้องจ่ายเองให้เหลือศูนย์ | คิดเป็นเรตคงที่ต่อวัน |
| ประกันค่า NOC | ยกเว้นค่าชดเชยการขาดรายได้ของผู้ให้เช่าเมื่อเกิดเหตุ | ปกติหลักร้อยเยนต่อวัน |
| ค่าผ่านทางด่วน | ทางด่วนญี่ปุ่นแพง ถ้าขับทางไกลยอดนี้อาจสูสีกับค่าเช่ารถ | ใช้บัตร ETC หรือ Expressway Pass ระดับภูมิภาค |
| น้ำมัน | ต้องคืนรถแบบเต็มถัง ราคาน้ำมันสูงกว่าในไทย | ประมาณเติมหนึ่งครั้งต่อระยะทาง 400–500 กม. |
| ที่จอดรถ | โรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวมักคิดค่าจอดแยกต่างหาก | เช็กตอนจองที่พักให้ชัดเจน |
| ค่าคืนรถต่างสาขา | คิดเมื่อคืนรถคนละสาขากับที่รับ ข้ามภูมิภาคยิ่งแพง | วางแผนเส้นทางแบบวนกลับจุดเดิมจะไม่เสียเลย |
| อุปกรณ์เสริม | คาร์ซีท ยางหน้าหนาว ผู้ขับเพิ่มเติม | เพิ่มตอนจอง อย่ารอไปขอหน้างาน |
สูตรคร่าว ๆ ที่ GoodCars แนะนำ คือรวมค่าเช่า ประกัน น้ำมัน และค่าทางด่วนเข้าด้วยกัน แล้วบวกเพิ่มอีก 10–20% เผื่อค่าจอดรถและค่าจิปาถะ ตัวเลขที่ได้มักใกล้เคียงกับบิลจริงมาก
เข้าใจประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก และ NOC
เรื่องประกันรถเช่าญี่ปุ่นทำคนไทยงงมากที่สุด แต่จริง ๆ แล้วมีแค่สามชั้นเท่านั้น
- ชั้นที่หนึ่ง: ประกันพื้นฐาน ความคุ้มครองบุคคลที่สาม ทรัพย์สิน ตัวรถ และผู้โดยสาร รวมอยู่ในค่าเช่าอยู่แล้ว คุณไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
- ชั้นที่สอง: ประกันลดค่าเสียหายส่วนแรก (CDW) ประกันพื้นฐานยังมี "ค่าเสียหายส่วนแรก" ที่คุณต้องควักจ่ายเองเมื่อเกิดเหตุ การซื้อ CDW จะลดยอดนั้นเหลือศูนย์ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกซื้อ
- ชั้นที่สาม: ประกันค่า NOC Non-Operation Charge เป็นระบบเฉพาะของญี่ปุ่น ถ้ารถเข้าอู่ซ่อมจนปล่อยเช่าไม่ได้ ผู้ให้เช่าจะเรียกเก็บค่าขาดรายได้ช่วงนั้นจากคุณ เรตที่พบบ่อยคือราว 20,000 เยนหากยังขับรถกลับมาที่สาขาเองได้ และราว 50,000 เยนหากขับกลับเองไม่ได้ การซื้อประกันค่า NOC จะตัดความเสี่ยงนี้ทิ้ง โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเพียงหลักร้อยเยนต่อวัน
พวงมาลัยขวาชิดซ้ายเหมือนไทย แต่กฎไม่เหมือน: 8 เรื่องที่มือใหม่พลาดบ่อย
นี่คือข้อได้เปรียบใหญ่ของคนไทย ญี่ปุ่นใช้ พวงมาลัยขวา ขับชิดซ้าย ซึ่งเหมือนกับประเทศไทยทุกประการ คุณจึงไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวเรื่องทิศทางเลย ไม่ต้องฝืนสมองแบบนักท่องเที่ยวจากยุโรปหรืออเมริกาที่ต้องสลับข้างทั้งหมด ต้นทุนการปรับตัวของคนไทยจึงต่ำมาก
แต่ขอเตือนว่า ทิศทางเหมือนกันไม่ได้แปลว่ากฎเหมือนกัน สิ่งที่ทำให้คนไทยโดนใบสั่งหรือเกิดเหตุในญี่ปุ่น แทบไม่เคยเป็นเรื่องขับผิดเลน แต่เป็นรายละเอียดของกฎที่บ้านเราหย่อนกว่า ญี่ปุ่นบังคับใช้จริงและเข้มมาก 8 ข้อนี้คือสิ่งที่ต้องจำ
- ป้าย "止まれ" คือหยุดสนิท เมื่อเจอป้ายสามเหลี่ยมหัวกลับสีแดง ล้อรถต้องหยุดนิ่งจริง ๆ ตำรวจญี่ปุ่นจับเรื่องนี้จริงจัง การชะลอแล้วไหลผ่านไม่นับว่าหยุด ข้อนี้คือข้อที่คนไทยพลาดมากที่สุด เพราะบ้านเราชินกับการชะลอแล้วไป
- คนเดินเท้ามาก่อนเสมอ ถ้ามีคนยืนรอจะข้ามทางม้าลาย คุณต้องหยุด นี่คือกฎหมายที่บังคับใช้จริง ไม่ใช่แค่มารยาท
- คิดก่อนเลี้ยวทุกครั้ง แม้ทิศทางเหมือนไทย แต่เลนในเมืองญี่ปุ่นแคบกว่า และมีทางเดินรถทางเดียวเยอะ ควรดูป้ายกำกับเลนให้ชัดก่อนถึงแยก
- เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีต้องนั่งคาร์ซีท เป็นกฎหมายญี่ปุ่น ให้จองคาร์ซีทพร้อมกับจองรถ เพราะของหน้าเคาน์เตอร์ไม่การันตีว่ามีเหลือ
- เมาแล้วขับ ไม่มีขั้นต่ำ ไม่มีข้อยกเว้น โทษหนักมาก และผู้โดยสารที่นั่งไปด้วย รวมถึงคนที่รินเหล้าให้ ก็อาจถูกดำเนินคดีด้วย ถ้าทริปนี้มีแผนดื่ม อย่าวางแผนขับรถ
- ห้ามแตะโทรศัพท์ ในญี่ปุ่นแค่ ชำเลืองมองหน้าจอ ระหว่างขับก็ถือว่าผิดแล้ว ถ้าจะดูเส้นทางให้จอดข้างทางและดับเครื่องก่อน
- คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง และห้ามเลี้ยวตอนไฟแดง รวมถึงผู้โดยสารเบาะหลังด้วย และหากไม่มีป้ายอนุญาตไว้ชัดเจน คุณเลี้ยวฝ่าสัญญาณไฟแดงไม่ได้ ต่างจากบ้านเราที่หลายแยกเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด
- ความเร็วต่ำกว่าที่คิด ถนนทั่วไปมักจำกัดที่ 40–60 กม./ชม. และมีกล้องตรวจจับ อย่าใช้ความเร็วแบบที่ชินจากถนนไทย
ทางด่วนและบัตร ETC
ทางด่วนญี่ปุ่นสภาพดีเยี่ยมและ แพง ถ้าคุณขับทริปทางไกล ค่าผ่านทางมักเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่อันดับสองรองจากค่าเช่ารถ วิธีจัดการมีสองทาง
เช่าบัตร ETC
ETC คือระบบเก็บค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่น บริษัทรถเช่าจะให้คุณเช่าบัตรไป เสียบเข้าเครื่องอ่านในรถ แล้วผ่านด่านได้โดยไม่ต้องจอด ค่าผ่านทางทั้งหมดจะสรุปยอดตอนคืนรถ ที่สำคัญคือช่วงหลังมานี้ผู้ให้บริการทางด่วนญี่ปุ่นทยอยปรับทางขึ้น-ลงบางจุดให้เป็น ช่องทาง ETC เท่านั้น แปลว่าถ้าไม่มีบัตร คุณอาจเข้าหรือออกบางด่านไม่ได้เลย GoodCars จึงแนะนำให้เช่าบัตรทุกครั้ง เพราะเงินที่ประหยัดจากการไม่เช่าไม่คุ้มกับการต้องขับอ้อม
พิจารณา Expressway Pass ระดับภูมิภาค
ผู้ให้บริการทางด่วนมี Expressway Pass แบบระบุภูมิภาค สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้วิ่งทางด่วนสายหลักในพื้นที่ที่กำหนดได้ไม่จำกัดตามจำนวนวันที่ซื้อ มีข้อควรรู้ดังนี้
- แพ็กเกจแบบครอบคลุมทั้งประเทศ (JEP) และแบบเขตชูบุ/ญี่ปุ่นตอนกลาง (CEP) ยกเลิกการจำหน่ายไปแล้ว ปัจจุบันเหลือเฉพาะแบบ ระบุภูมิภาค
- จำกัดเฉพาะผู้ที่ถือ หนังสือเดินทางที่ไม่ใช่ของญี่ปุ่น และต้องยื่นขอผ่านบริษัทรถเช่าที่ร่วมรายการ ณ ตอนเช่ารถเท่านั้น
- ค่าใช้จ่ายคิดแยกจากค่าเช่ารถและค่าบัตร ETC ระยะเวลาที่เลือกได้มักอยู่ราว 2–14 วัน
- พาสจะคุ้มก็ต่อเมื่อขับข้ามภูมิภาคระยะไกลจริง ๆ ถ้าเที่ยวอยู่ในเขตเมืองเดียว จ่ายค่าผ่านทางตามจริงด้วย ETC มักถูกกว่า
พื้นที่ครอบคลุมและราคามีการปรับเป็นระยะ ควรสอบถาม GoodCars ว่าแพ็กเกจไหนเหมาะกับเส้นทางของคุณ ดีกว่าอ้างอิงข้อมูลเก่า ๆ ที่หาเจอในอินเทอร์เน็ต
น้ำมัน ที่จอดรถ และการคืนรถ
น้ำมัน: ดูชนิดให้ชัดก่อนเติม
หัวจ่ายในญี่ปุ่นแยกด้วยสี และ เติมผิดคือจ่ายแพงมาก:
- レギュラー (สีแดง) คือเบนซินธรรมดา ซึ่งรถเช่าเกือบทุกคันใช้ชนิดนี้
- ハイオク (สีเหลือง) คือเบนซินออกเทนสูง ใช้กับรถนำเข้าและรถสเปกสูงบางรุ่น
- 軽油 (สีเขียว) คือ ดีเซล ตัวอักษรคันจิตัวแรกแปลว่า "เบา" ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นน้ำมันสำหรับรถเล็ก การเติมผิดชนิดทำให้เครื่องยนต์เสียหายหนัก และ ไม่อยู่ในความคุ้มครองของประกันใด ๆ
ถ้าไม่แน่ใจ ให้ยื่นกุญแจรถหรือชี้ป้ายในฝาถังน้ำมันให้พนักงานดู ส่วนปั๊มบริการตนเอง (セルフ) ส่วนใหญ่มีหน้าจอภาษาอังกฤษ ขั้นตอนคือจ่ายเงิน เลือกชนิดน้ำมัน แล้วบีบหัวจ่ายค้างไว้
ที่จอดรถ: เช็กข้อจำกัดความสูงและความกว้าง
ที่จอดรถในเมืองมักเป็นระบบยกอัตโนมัติหลายชั้น ซึ่งจำกัดความสูงและความกว้างของรถอย่างเข้มงวด รถ SUV และมินิแวนหลายรุ่นเข้าไม่ได้ ควรยืนยันเรื่องที่จอดตั้งแต่ตอนจองที่พัก และไปถึงจุดท่องเที่ยวยอดนิยมแต่เนิ่น ๆ ในช่วงไฮซีซัน
คืนรถ: เต็มถัง ตรวจสภาพ เผื่อเวลา
ญี่ปุ่นใช้ระบบ 満タン返し คือคืนรถแบบเต็มถัง และ ต้องเก็บใบเสร็จค่าน้ำมัน ไปแสดงที่เคาน์เตอร์ด้วย ถ้าไม่ทำ บริษัทจะเติมให้แล้วคิดเงินในเรตที่แพงกว่าปั๊มมาก จากนั้นพนักงานจะตรวจสภาพรถอีกรอบ ซึ่งเป็นจังหวะที่ภาพถ่ายตอนรับรถของคุณจะมีค่าที่สุด หากคืนรถที่สนามบิน ควรเผื่อเวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงสำหรับคืนรถ นั่งรถรับส่ง และเช็กอิน
เลือกจุดรับรถให้เหมาะกับตัวเอง
GoodCars มีจุดรับรถที่สนามบิน 6 แห่ง กระจายตั้งแต่คันโต คันไซ คิวชู ฮอกไกโด ไปจนถึงโอกินาวา ถ้าเป็นการขับรถในญี่ปุ่นครั้งแรก แนะนำให้เริ่มจากที่ที่รถน้อยและถนนไม่ซับซ้อน
| จุดรับรถ | เหมาะกับเส้นทาง | ระดับความยาก |
|---|---|---|
| สนามบินนาฮะ | วนเกาะโอกินาวา พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอูมิ ถนนเลียบทะเล ชายฝั่งตอนใต้ | ง่ายที่สุด เหมาะกับมือใหม่ |
| สนามบินชินชิโตเสะ | ฮอกไกโดตอนกลาง ฟุราโนะ โอตารุ ทะเลสาบโทยะ | ฤดูร้อนง่าย ฤดูหนาวยากมาก |
| สนามบินคันไซ | ชานเมืองเกียวโต นารา วากายามะ ทะเลสาบบิวะ | ปานกลาง ถนนในเมืองพลุกพล่านกว่า |
| สนามบินฟุกุโอกะ | วนเกาะคิวชู ยูฟุอิน อาโสะ ออนเซ็นเบปปุ | ปานกลาง |
| สนามบินนาริตะ | คาบสมุทรโบโซ นิกโก คารุอิซาวะ ทะเลสาบทั้งห้าฟูจิ | ยากขึ้น รถในเขตโตเกียวเยอะมาก |
| สนามบินฮาเนดะ | คานางาวะ ฮาโกเน่ คาบสมุทรอิซุ | ยากขึ้น |
โอกินาวา: จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด
โอกินาวาแทบไม่มีระบบรถไฟ รถเช่าจึงเป็นวิธีเดียวที่จะเที่ยวได้จริง และถนนที่นั่นกว้าง เงียบ ตรงไปตรงมา รับรถที่นาฮะแล้วขับเลียบชายฝั่งขึ้นเหนือ ตลอดเส้นทางขับสบายไม่กดดัน เหมาะมากสำหรับครอบครัวคนไทยที่พาเด็กไปด้วย
ฮอกไกโดหน้าหนาว: ขอพูดตรง ๆ ว่าอย่าเพิ่ง
ฮอกไกโดหน้าหนาวสวยมาก แต่ การขับรถบนหิมะเป็นทักษะคนละเรื่องกับการขับรถปกติ ทั้งถนนที่เป็นน้ำแข็ง ทัศนวิสัยขาวโพลนจนมองไม่เห็นทาง และล้อที่เสียการยึดเกาะได้ง่ายมาก ประเทศไทยไม่มีหิมะ นักท่องเที่ยวไทยจึงแทบไม่มีใครเคยขับบนถนนแบบนี้มาก่อนเลย
พูดกันตามตรง GoodCars อยากให้คุณเปลี่ยนไปนั่งรถไฟและรถบัสมากกว่า หรือเก็บแผนขับรถฮอกไกโดไว้ทำในฤดูร้อนกับฤดูใบไม้ร่วงแทน นี่ไม่ใช่การขายของน้อยลงเพราะอยากประหยัด แต่เพราะเราไม่อยากให้ทริปของคุณจบลงด้วยอุบัติเหตุ หากยืนยันจะขับหน้าหนาวจริง ๆ ขอให้ยืนกรานใช้ยางสำหรับหน้าหนาว ลดระยะทางต่อวันลงครึ่งหนึ่ง และเช็กประกาศปิดถนนตลอดเวลา
ไม่ว่าจะเป็นชายฝั่งโอกินาวา ที่ราบฮอกไกโด หรือขับขึ้นเขาจากคันไซ GoodCars เตรียมรถไว้พร้อม เปรียบเทียบรุ่นรถและราคา เลือกประกันและบัตร ETC ได้ในที่เดียว แล้วรับรถขับออกไปได้ทันทีที่ถึงญี่ปุ่น
ไปที่หน้าจองรถเช่าญี่ปุ่นคำถามที่พบบ่อย
Q1. คนไทยต้องใช้เอกสารอะไรบ้างถึงจะขับรถในญี่ปุ่นได้
ต้องมีครบสามอย่างคือ หนังสือเดินทาง ใบขับขี่ไทยตัวจริง และใบขับขี่สากล (IDP) ที่ออกตามอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 ซึ่งกรมการขนส่งทางบกเป็นผู้ออกให้ ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ และ IDP ใช้เดี่ยว ๆ ไม่ได้เพราะเป็นเพียงเอกสารแปลประกอบใบขับขี่ไทยเท่านั้น
Q2. IDP ของประเทศไหนก็ใช้ในญี่ปุ่นได้ใช่ไหม
ไม่ใช่ ญี่ปุ่นรับเฉพาะใบที่ออกตาม อนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 เท่านั้น ใบที่ออกตามอนุสัญญาเวียนนา ค.ศ. 1968 หรือออกโดยประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีทั้งสองฉบับ จะถูกปฏิเสธ โชคดีที่ไทยเป็นภาคีอนุสัญญา ค.ศ. 1949 ผู้ถือใบขับขี่ไทยจึงใช้ได้
Q3. ขับรถในญี่ปุ่นได้นานแค่ไหน
ได้ ไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่เดินทางเข้าประเทศ และต้องไม่เกินวันหมดอายุของใบขับขี่ไทยหรือของ IDP สำหรับทริปเที่ยวทั่วไปเงื่อนไขนี้ไม่มีผลอะไร
Q4. ถ้าไม่ซื้อประกัน CDW แล้วเกิดอุบัติเหตุจะเป็นอย่างไร
คุณต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกตามที่ระบุในสัญญา บวกค่าชดเชยการขาดรายได้ (NOC) ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ราว 20,000 เยนหากยังขับรถกลับสาขาเองได้ และราว 50,000 เยนหากขับกลับเองไม่ได้ GoodCars แนะนำให้ซื้อ CDW คู่กับประกันค่า NOC ไปพร้อมกัน
Q5. จำเป็นต้องเช่าบัตร ETC จริงหรือ
ในทางเทคนิคยังใช้ช่องเงินสดได้ แต่ด่านขึ้น-ลงจำนวนมากถูกปรับเป็นช่อง ETC เท่านั้นไปแล้ว เสี่ยงต้องขับอ้อมไกล อีกทั้ง ETC ยังไม่ต้องจอดที่ด่านและมักมีส่วนลด GoodCars จึงแนะนำให้เช่าทุกครั้ง
Q6. ไทยกับญี่ปุ่นขับพวงมาลัยขวาเหมือนกัน แปลว่าไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเลยใช่ไหม
ทิศทางเหมือนกันจริง คนไทยจึงได้เปรียบมากและปรับตัวเร็ว แต่กฎรายละเอียดต่างกันชัดเจน โดยเฉพาะป้าย "止まれ" ที่ต้องหยุดสนิท คนเดินเท้ามาก่อนเสมอ ห้ามเลี้ยวตอนไฟแดง ห้ามแตะโทรศัพท์ และเด็กต่ำกว่า 6 ปีต้องนั่งคาร์ซีท ควรอ่านหัวข้อกฎ 8 ข้อในคู่มือนี้ให้ครบก่อนออกเดินทาง
Q7. ถ้าโดนใบสั่งหรือเกิดเฉี่ยวชนเล็กน้อยต้องทำอย่างไร
ค่าปรับและค่ารถลากเป็นความรับผิดของผู้ขับ และ ไม่อยู่ในความคุ้มครองของประกันใด ๆ โดยบริษัทรถเช่ามักบวกค่าดำเนินการเพิ่มอีก เมื่อเกิดเหตุไม่ว่าเล็กแค่ไหน ให้ แจ้งตำรวจและขอใบบันทึกประจำวันเรื่องอุบัติเหตุก่อน แล้วค่อยติดต่อบริษัทรถเช่า เพราะถ้าไม่มีเอกสารนี้ ประกันอาจไม่จ่าย หากมีข้อสงสัย สอบถาม GoodCars ได้ตั้งแต่ก่อนเดินทาง
